พยุงหุ้น -แจกเงินพร้อมเพย์ฟื้นศก. คลัง ช่วยพยุง LTF

กระทรวงการคลัง

 

“กระทรวงการคลัง” เตรียมฟื้นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ผ่านการปรับเกณฑ์ของกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) หวังช่วยพยุงดัชนีหุ้นไทยที่ปรับลดลงต่อเนื่อง พร้อมออกชุดมาตรการเยียวยาผู้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทั้งการแจกเงิน-ออกมาตรการภาษี ชงเข้า ครม.เศรษฐกิจ 6 มี.ค.นี้ ด้าน “ก.ล.ต.” ไฟเขียวจัดตั้ง 17 กองทุน SSF

*** คลังเล็งปรับเกณฑ์กองทุน SSF พยุงหุ้น
นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการ-คลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ วันที่ 6 มี.ค.นี้ ออกมีมาตรการช่วยเหลือตลาดทุน ที่ได้รับลผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 โดยขณะนี้มอบหมายให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กรมสรรพากร และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) พิจารณาการปรับเกณฑ์กองทุนรวมเพื่อการออม (SFF) ให้เหมือนกับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ได้ยกเลิกไปแล้ว เพื่อช่วยประคองตลาดทุนในภาวะที่ดัชนีปรับตัวลดลงมาก

ส่วนจะขยายวงเงินลงทุนของ SSF จาก 2 แสนบาท เป็น 5 แสนบาท และลดระยะยเวลาการถือครอง จาก 10 ปี เป็น 7 รอบบัญชีเหมือนเดิมหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ยืนยันมาตรการนี้จะเป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น

*** แจกเงินเยียวยาผลกระทบไวรัส
นอกจากนี้กระทรวงการ-คลังจะเสนอ ครม.เศรษฐกิจ พิจารณาชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและและเยียวยาผลกระทบ COVID-19 ชุดที่ 1 คาดว่าจะมีวงเงินมากกว่า 1 แสนล้านบาท ประกอบด้วย

การแจกเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ให้ประชนผู้มีรายได้น้อย มนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และเกษตรกร อยู่ระหว่างพิจารณาวงเงินที่เหมาะสมระหว่าง 1,000-2,000 บาท/คน และจะแจกครั้งเดียวหรือทยอยเป็นรายเดือน เนื่องจากต้องการให้มีผลทันทีในช่วง 3-4 เดือน

โดยผู้ที่ร่วมโครงการจะต้องมีการลงทะเบียนก่อน และ เมื่อได้รับโอนเงินสามารถกดเป็นเงินสดไปใช้ได้ทันที เพื่อให้เกิดความง่ายในการใช้จ่าย คาดว่ามีผู้รับประโยชน์มากกว่า 14 ล้านคน

*** ออกมาตรการภาษี-สินเชื่อช่วยผู้ประกอบการ
นอกจากนี้กระทรวงการ-คลัง จะมีมาตรการภาษีเพื่อช่วยผู้ประกอบการให้สามารถจ้างงานลูกจ้างต่อไป โดยให้นำค่าใช้จ่ายจากการจ้างงานมาหักค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 1 เท่า และกรมสรรพากรจะออกประกาศให้ผู้ประกอบการจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายลดลง เพื่อให้มีสภาพคล่องมากขึ้น รวมทั้งจะมีการตั้งกองทุนเพื่อให้เงินสนับสนุนให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนให้ พนักงานที่ต้องหยุดทำงานชั่วคราว

และยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งผู้ประกอบการภาคธุรกิจทั่วไปและภาคท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมาก (ซอฟท์โลน) เพื่อไปเป็นเงินทุนหมุนเวียน ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการผ่อนปรนการสำรองหนี้ของธนาคารพาณิชย์เพื่อให้สามารถปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น

“ผมได้เน้นกับปลัดกระทรวงการ-คลังแล้วว่ามาตรการทั้งหมดเมื่อผ่าน ครม.เศรษฐกิจ และ ครม.ในสัปดาห์หน้า จะต้องมีผลในทางปฏิบัติทันที ซึ่งมาตรการนี้จะมีผล 3-4 เดือนไปจนถึงเดือน มิ.ย.-ก.ค. ส่วนผลกระทบมาตรการไวรัสโคโรนาจะไปจบเมื่อไหร่ เราไม่สามารถตอบได้ เราจึงออกมาตรการดูแลชุดที่ 1 ซึ่งหมายความว่ามีความพร้อมจะออกมาตรการชุดที่ 2 และ 3 ทันทีหากเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น”นายอุตตม กล่าว

*** โยน ธปท.ตัดสินใจลดดอกเบี้ยเร่งด่วนหรือไม่
นายอุตตม กล่าวถึงกรณีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประชุมฉุกเฉินและปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ว่า เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว เพราะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ในส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นอำนาจของ ธปท.จะตัดสินใจว่าจะปรับลดดอกเบี้ยเร่งด่วนเช่นเดียวกันหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาทั้งธปท.และกระทรวงการ-คลังก็ได้หารือกันอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้การที่คลังเตรียมออกมาตรการลดผลกระทบไวรัส ได้หารือร่วมกับ ธปท. ด้วยเพื่อให้เห็นภาพรวมชุดมาตรการทั้งหมด และแนวทางดำเนินมาตรการ ะเพื่อให้ ธปท.ไปพิจารณาว่าจะดำเนินนโยบายการเงินอย่างไรต่อไป ก่อนที่จะมีการประชุมคณะ กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 25 มี.ค.นี้

*** ก.ล.ต.ไฟเขียว 17 กองทุน SSF
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ออกเกณฑ์รองรับการจัดตั้ง SSF เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 และเพื่ออำนวยความสะดวกให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) สามารถเสนอขายกองทุนดังกล่าวให้ผู้ลงทุนที่สนใจได้อย่างรวดเร็ว ก.ล.ต. จึงได้เปิดให้มีการอนุมัติการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) แบบอัตโนมัติ (auto-approval) สำหรับ SSF ที่ไม่ได้มีลักษณะซับซ้อน ซึ่งปัจจุบัน ณ วันที่ 4 มีนาคม 2563 ก.ล.ต. ได้อนุมัติ SSF ไปแล้ว 17 กองทุน

ทั้งนี้ หลังจากที่กฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากรซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ SSF และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ในรายละเอียด ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามลำดับแล้ว ในส่วนของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จะเตรียมจัดทำประกาศเกี่ยวกับระบบในการขายคืนหน่วยลงทุนเพื่อขอความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ในลำดับถัดไป เพื่อให้ บลจ. มีระบบงานที่เป็นมาตรฐานและสอดคล้องกับเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

สำหรับผู้ลงทุนสามารถลงทุนใน SSF โดยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุดร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมินและไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประกันบำนาญและกองทุนเกษียณอื่น ๆ สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท นอกจากนี้ ไม่ได้กำหนดให้ต้องลงทุนทุกปีแต่อย่างใด อีกทั้ง SSF มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายทั้งตราสารทุน ตราสารหนี้ และทรัพย์สินทางเลือก จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เริ่มต้นวัยทำงานและประชาชนทั่วไปที่ต้องการเริ่มสะสมเงินเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยสามารถเลือกลงทุนในนโยบายการลงทุนต่าง ๆ ได้ตามระดับความเสี่ยงที่ตนยอมรับได้

แหล่งที่มา efinancethai

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *