BAY พักชำระเงินต้นและดบ.-ให้เงินกู้เสริมสภาพ ช่วยลูกค้า SME ฝ่าวิกฤติโควิด !!

 

นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)ได้กล่าวว่า ธนาคารตอบรับนโยบายให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ด้วยมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 6 เดือนแก่ลูกค้าผู้ประกอบการ SME ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ 1 เม.ย.-30 ก.ย.63

มาตรการให้เงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง (Soft loan)แก่ลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยสามารถกู้ได้สูงสุด 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ สิ้นปี 2562 ในอัตราดอกเบี้ย 2% เป็นเวลา 2 ปี และไม่ต้องชำระดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก

แหล่งที่มา ryt9

ลูกค้า SCB มีเฮ พักชำระเงินต้น-ดอกเบี้ย.นาน 6 เดือน

 

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)ได้เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบกระจายความรุนแรงไปสู่ทุกภาคธุรกิจ ทางธนาคารได้พยายามหาแนวทางให้ความช่วยเหลือเพื่อเยียวยาและประคับประคองให้ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารทุกรายสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างดีที่สุด และครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ธนาคารพร้อมตอบสนองมาตรการจากภาครัฐในทันที ด้วยมาตรการพักชำระสินเชื่อ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 6 เดือน ให้แก่ลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาททุกราย โดยธนาคารจะดำเนินการพักหนี้ให้ลูกค้ากลุ่มนี้ตั้งแต่เดือนเม.ย. 63 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระทางด้านค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง

ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท ธนาคารยังมีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อซอฟท์โลน อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยในระยะ 6 เดือนแรก เนื่องจากรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระดอกเบี้ยในช่วงดังกล่าวแทนผู้ประกอบการ สามารถขอสินเชื่อซอฟท์โลนใหม่ได้ไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ สิ้นเดือนธ.ค. 62 เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องทางการเงินสำหรับการดำเนินธุรกิจต่อไป

ทั้งนี้ ลูกค้าเอสเอ็มอีมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาททุกรายจะได้รับการพักชำระหนี้ 6 เดือนโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อธนาคาร เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเม.ย. 63 เป็นต้นไป สำหรับลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อซอฟท์โลนสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.–30 ก.ย. 63 ที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ หรือ SCB Business Call Center โทร. 02 722 2222 หรือสาขาธนาคารไทยพาณิชย์ทั่ว

แหล่งที่มา ryt9

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว เช้านี้พุ่งถึง 232.23 จุด ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์

 

ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ทะยานขึ้นเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางสัญญาณการชะลอตัวของยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐและยุโรป

สำนักข่าวเกียวโตรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าพุ่งขึ้น 232.23 จุด หรือ +1.25% สู่ระดับ 18,808.53 หุ้นบวกในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มบริการ, กลุ่มก่อสร้าง และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง

แหล่งที่มา ryt9

 …

กดดันตลาด ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 64.72 จุด หุ้นกลุ่มประกัน-น้ำมันร่วง

 

ตลาดหุ้นลอนดอน ได้ปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (3 เม.ย.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มประกัน หลังหน่วยงานควบคุมกฎระเบียบของสหภาพยุโรป (EU) เรียกร้องให้บริษัทประกันยกเลิกการจ่ายเงินปันผล และแผนการซื้อคืนหุ้นเพื่อสำรองสภาพคล่องไว้ชดเชยภาวะขาดทุนที่อาจจะเกิดจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และหุ้นกลุ่มน้ำมันปรับตัวลงด้วยหลังจากพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,415.50 จุด ลดลง 64.72 จุด หรือ -1.18%
ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลง หลังจากไอเอชเอส มาร์กิต/ซีไอพีเอสเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหราชอาณาจักร ปรับตัวลงสู่ระดับ 34.5 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 53.2 ในเดือนก.พ. โดยดัชนี PMI ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการของสหราชอาณาจักรเผชิญภาวะหดตัว

หุ้นกลุ่มประกันร่วงลงนำตลาด โดยหุ้นลีเกิล แอนด์ เจเนอรัล ดิ่งลง 10.05%, หุ้นเอวิวา ร่วง 7.46% และหุ้นพรูเดนเชียล ปรับตัวลง 1.16%

หุ้นกลุ่มน้ำมันร่วงลงจากแรงขายทำกำไรหลังพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี แม้ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้นจากความหวังว่า ซาอุดีอาระเบียและรัสเซียจะปรับลดการผลิตน้ำมันลงอย่างมากในตลาดโลกก็ตาม

แหล่งที่มา ryt9

ซาอุดีอาระเบีย-รัสเซียยุติสงครามราคา !!

 

ภาวะตลาดอนุพันธ์ ปรับขึ้นรับแรงซื้อกลุ่มพลังงานหนุนหลังน้ำมันพุ่งคาดซาอุดีอาระเบียรัสเซีย

ภาวะตลาดอนุพันธ์ นายจรณเวท ศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการฝ่ายผู้แนะนำการลงทุน บริษัท คลาสสิก ออสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้ปรับตัวขึ้น และมีการย่อตัวลงในช่วงบ่าย โดยมีกลุ่มพลังงานเป็นตัวนำตลาด หลังราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นแรง

เนื่องจากคาดว่าซาอุดีอาระเบียและรัสเซียจะบรรลุข้อตกลงในการยุติการทำสงครามราคาน้ำมันกันได้ ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติขาย สุทธิลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่มีอิมแพ็คต่อตลาดฯ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพลังงาน แบงก์ และสื่อสาร ราคาหุ้นก็ค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็น ปัจจัยบวกกับ SET50 Index Futures ฟื้นตัวขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อทั่วโลก เพิ่มขึ้น

แนวโน้มสัปดาห์หน้า มองว่า SET50M20 ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยให้แนวรับไว้ที่ 730 จุด และแนวต้าน 800 จุด กลยุทธ์การลงทุน แนะ Long ถ้าไม่หลุดแนวรับ

ส่วนราคาทองคำวันนี้ปรับตัวขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาไม่ดี โดยเฉพาะตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานพุ่งขึ้นเกิน คาดถึง 6.6 ล้านราย ขณะที่คืนนี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน มี.ค.คาดว่าน่าจะออกมาแย่เช่นกัน ทำให้ใน ระยะสั้นราคาทองคำมีโอกาสดีดตัวขึ้นได้ โดยทางเทคนิคให้แนวต้านที่ 1,630 เหรียญสหรัฐฯ/ออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้มีโอกาสขึ้น เพื่อลงต่อ ให้แนวรับไว้ที่ 1,600 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ กลยุทธ์การลงทุนแนะเปิด Long เทรดเล่นสั้น โดยมีจุด Stop loss ที่ 1,627 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

ดัชนี SET50 ปิดวันนี้ที่ระดับ 766.67 จุด ลดลง 1.12 จุด, -0.15%

ภาวะตลาดอนุพันธ์

แหล่งที่มา ryt9

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นปิดร่วงลง !!

 

ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ โดยถูกกดดันหลังจาก กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรทรุดตัวลงมากกว่าที่คาดไว้ ซึ่งได้ตอกย้ำถึงความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,052.53 จุด ร่วงลง 360.91 จุด หรือ -1.69%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,488.65 จุด ลดลง 38.25 จุด หรือ -1.51% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,373.08 จุด ลดลง 114.23 จุด หรือ -1.53%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ ร่วงลง 2.7%, ดัชนี S&P 500 ลดลง 2.1% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 1.7%

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดลดลง นำโดยกลุ่มสาธารณูปโภค ร่วง 3.62% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้น 0.54% โดยเป็นหุ้นเพียงกลุ่มเดียวที่ปรับตัวขึ้น

ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลง หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรดิ่งลง 701,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2553 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่า อาจลดลงเพียง 10,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.4% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2560 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.7% หลังจากแตะระดับ 3.5% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี

การลดลงของตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรมีสาเหตุจากการที่ภาคธุรกิจได้พากันปิดกิจการ อันเนื่องมาจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และทำให้มีการปลดพนักงานจำนวนมาก

นักเศรษฐศาสตร์ของมอร์แกน สแตนลีย์คาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ จะหดตัวลง 38% ในไตรมาส 2/2563

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงกังวลกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ โดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์รายงานว่า ขณะนี้สหรัฐมีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลกที่ 266,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,900 ราย

หุ้นวอลท์ ดีสนีย์ ร่วงลง 3.19% หลังเปิดเผยว่าจะปลดพนักงานบางส่วนในสหรัฐในเดือนนี้ อันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจอื่นที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต บริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ร่วงลงสู่ระดับ 39.8 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 49.4 ในเดือนก.พ.

ดัชนี PMI ถูกกดดันจากการดิ่งลงของคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่การจ้างงานหดตัวลง ส่วนความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
ดัชนี PMI ที่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการของสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะหดตัว โดยหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แล้ว

แหล่งที่มา ryt9

หุ้นไทยพ้นจุดต่ำสุด มีลุ้นทดสอบแนวต้าน 1,220 จุด

 

ทรีนีตี้ ” คาดหุ้นไทย ผ่านจุดต่ำสุดไป แล้วที่ 970 จุด มองเดือนเม.ย.นี้เดินหน้าทดสอบแนวต้าน 1,130-1,140 จุด และ 1,220 จุด หลังบจ.แห่ซื้อหุ้นคืน- SSF ช่วยหนุนเม็ดเงินเข้า SET แต่

แนะขายหลังแตะแนวต้าน เหตุเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน ด้าน CIMBT หั่นจีดีพีปีนี้เป็นติดลบ 6.4% กรณีเลวร้ายสุดอาจติดลบ 11% ขณะที่ธปท.ชี้ไตรมาส 2/63 จีดีพีหดตัวหนักสุด

*** คาดหุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เดือนเม.ย. ลุ้นบจ.ซื้อหุ้น-SSF หนุน

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดมุมมองทิศทางการลงทุนเดือนเม.ย.63 ว่า ในเดือนนี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET Index)ยังคงมีความเสี่ยงต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ทั้งการระบาดของโควิด-19 ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ และภัยแล้ง

แต่มองว่าหุ้นไทยอาจผ่านจุดต่ำสุดที่ 970 จุดไปแล้ว หากเป็นไปตามสมมติฐานว่าเศรษฐกิจไทยทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/63 เนื่องจากตลาดหุ้นมักปรับตัวล่วงหน้าเศรษฐกิจไปก่อนหนึ่งไตรมาสเสมอ

ซึ่งปัจจัยที่จะเข้ามาหนุนดัชนีในเดือนเม.ย.63 จะมาจาก 2 เหตุการณ์สำคัญ คือการเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศไปก่อนหน้านี้กว่า 20 แห่ง และการเริ่มขายกองทุน SSF ประเภทพิเศษหรือ SSF-X ซึ่งจากการคำนวณของทรีนีตี้โดยอ้างอิงกับระดับการเข้าซื้อของกองทุน LTF ในอดีต คาดว่าจะมีเม็ดเงินราว 2 หมื่นล้านบาทไหลเข้าสู่กองทุน SSF-X ในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้

แหล่งที่มา efinancethai