SUSCO เผยจะใช้เงินไม่เกิน 180 ลบ.ซื้อหุ้นคืน 5% ช่วง 14 ก.ย.63-12 มี.ค.64



บมจ ซัสโก้ (SUSCO)
แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวันนี้ อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน ภายในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 180 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 55 ล้านหุ้น หรือ 5% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยจะดำเนินงานซื้อหุ้นคืนในตลาดหุ้นฯ มีกำหนดระยะเวลาดำเนินการเมื่อวันที่ 14 เดือนกันยายน63 ถึงวันที่ 12 มี.ค.64

” IEA ” ได้ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปีนี้ลงสู่ระดับ 91.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

สำนักข่าว CNBC

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วทั้งโลกในปีนี้ลงสู่ระดับ 91.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดน้อยลง 8.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับการประมาณการครั้งปัจจุบัน รวมทั้งปรับลดความต้องการในปี 2021 ลงสู่ระดับ 97.1 ล้านบาร์เรล หรือต่ำลง 240,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบหลายเดือน หลังหลายประเทศพบเจอกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

  IEA กล่าวว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการบินที่ลดลงไปมากถึง 2 ใน 3 จากช่วงเกิดการระบาด ซึ่งถึงแม้ปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกจะสูงขึ้นมากยิ่งกว่าที่คาดการณ์ไว้บางส่วน แต่ยังต้องระมัดระวังในตอนครึ่งปีข้างหลังเพราะว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นและก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ IEA ปรับลดคาดการณ์ในคราวนี้

  การปรับลดคาดการณ์ในคราวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทผู้ผลิตน้ำมันทั่วทั้งโลกได้เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2020 โดยบริษัทซาอุดิวัดโก ส่งผลผลกำไรต่ำลงมากถึง 50% เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกันเชลล์ มีผลกำไรลดน้อยลง 82% หลังได้รับผลพวงจากราคาน้ำมันที่ต่ำลงเหตุเพราะมาตรการล็อกดาวน์

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนก.ค.

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆสำหรับการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงิน
ตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 สิงหาคม) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนเดือนกรกฎาคม

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดการเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล
ในตะกร้าเงิน มากขึ้น 0.68% สู่ระดับ 93.4360 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.94 เยน จากระดับ 105.57 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9133 ฟรังก์ จากระดับ 0.9103 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3385 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3289 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1781 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1873 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าแตะที่ระดับ 1.3051 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3149 ดอลลาร์ รวมทั้งดอลลาร์ประเทศออสเตรเลียอ่อนค่าสู่ระดับ 0.7149 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7234 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนพากันเข้า ซื้อดอลลาร์ ภายหลังจากกระทรวงเกษตรสหรัฐรายงานว่า จำนวนการว่าจ้างนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นถึง 1.76 ล้านตำแหน่งในเดือนเดือนกรกฎาคม สูงขึ้นยิ่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.48 ล้านตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 10.2% จากระดับ 11.1% ในเดือนมิ.ย. รวมทั้งต่ำกว่า
ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 10.6%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง หลังการเดินหน้าโจมตี บริษัทเทคโนโลยีของจีนไม่หยุด

ตลาดหุ้นยุโรป ปรับตัวลงในช่วงเปิดตลาดวันนี้ หลังผู้นำ โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เดินหน้าจู่โจมบริษัทเทคโนโลยีของจีนไม่หยุด ซึ่งยิ่งทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ดัชนี Stoxx Europe 600 แตะที่ระดับ 361.56 จุด น้อยลง 0.93 จุด หรือ -0.26%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นประเทศฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 4,873.10 จุด ลดลงถึง 12.03 จุด, -0.25% ด้านดัชนี DAX ตลาดค้าหุ้นเยอรมนีเปิดที่ 12,634.79 จุด เพิ่มขึ้นถึง 43.11 จุด, +0.34% ก่อนปรับพฤติกรรมลงมาเคลื่อนในแดนลบ

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงชื่อในคำสั่งผู้นำเมื่อวานนี้ (6 กรกฎาคม) ห้ามไม่ให้บุคคลหรือบริษัทอเมริกันทำธุรกรรมใดๆก็ตามกับบริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ รวมทั้งเจ้าของติ๊กต็อก (TikTok) แอปพลิเคชันแชร์คลิปวิดีโอชื่อดังสัญชาติจีน รวมทั้งแอปพลิเคชันวีแชท (WeChat) ของบริษัทเทนเซ็นต์ โดยให้มีผลบังคับใช้ในอีก 45 วัน

ขณะเดียวกัน บรรดานักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสรวมทั้งทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ รวมทั้งการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้ด้วย

เชคราคาทองวันนี้ 11/5/63 ครั้งที่ 1

 

ราคาทองวันนี้ เพิ่มขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 26,500 บาท

ราคาทองวันนี้ ราคาทองคำ ประจำวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 เวลา 09:27 น

ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 25,332.000 บาท ขายออกบาทละ 26,500.00 บาท

ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 25,800.00 บาท ขายออกบาทละ 26,000.00 บาท…

KBANK ประเมินกรอบเงินบาทในสัปดาห์หน้า 32.00-32.40 บาท

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสำหรับอาทิตย์หน้า (11-15 เดือนพฤษภาคม) ที่ 32.00-32.40 บาท/ดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยหลักที่จะต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ภายหลังการเปิดเศรษฐกิจอีกทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่จำนวนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ดัชนีราคาผู้ซื้อ ดัชนีราคาผู้สร้าง
ดัชนีราคานำเข้าส่งออกยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนเดือนพฤษภาคม รวมทั้งปริมาณผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกเหนือจากนั้นตลาดอาจรอคอยติดตามประเด็นด้านการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา รวมทั้งจีน ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของจีนด้วยเช่นเดียวกัน

หุ้นลอนดอนร่วงรุนแรง !!! ผิดหวังอย่างหนัก เหตุจากผลกระทบจากโควิด-19

ตลาด หุ้นลอนดอน ปิดร่วงลง เมื่อคืนวานนี้ วันที่ 30 เมษายน โดยที่ถูกกดดันจากการเปิดเผยผลประกอบการที่ค่อนข้างอ่อนแอ ของบริษัทที่จดทะเบียนใน ประเทศอังกฤษ

และ การร่วงลงอย่างรุนแรงของหุ้นกลุ่มพลังงาน ทำให้ถ่วงตลาดลงไปด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,901.21 จุด ลดลง 214.04 จุด หรือ -3.50%

หุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงหนักที่สุด โดย หุ้นเชลล์ ร่วง 11.37% หลังจากที่บริษัทได้ประกาศปรับลดการจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อทำการรับมือกับผลกระทบที่ได้รับ จากวิกฤตโควิด-19

เชลล์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า จะทำการระงับแผนการซื้อคืนหุ้น และทำการลดการผลิตน้ำมันลงราวๆ 25% หลังอุปสงค์น้ำมันดิ่งลง เนื่องมาจากมาตรการล็อกดาวน์

ส่วนหุ้นบีพี ร่วงลง 6.12%

หุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มเหมืองแร่ก็ถ่วงตลาดลงไปด้วยเช่นกัน โดยหุ้นลอยด์ส แบงกิง กรุ๊ป ร่วง 7.25% หลังจากที่เปิดเผยผลกำไรก่อนหักภาษีลดลงในไตรมาสแรก เนื่องจากธนาคารต้องตั้งสำรองเผื่อหนี้เสีย ที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลกระทบของวิกฤตโควิด-19

หุ้นเกล็นคอร์ในกลุ่มเหมืองแร่ ร่วงลง 3% หลังบริษัทประกาศปรับลดการใช้จ่ายทุน และเป้าหมายการผลิตในปี 2563 เพื่อสะท้อนผลกระทบจากโควิด-19

โครงการพาณิชย์ลดราคาข้าวช่วยประชาชน ลดราคาสูงสุด 50% กับข้าวสาร 18 ยี่ห้อ


” 
ลดราคาสูงสุด ” 
ช่วงวันที่ 22 เดือนเมษายน ก่อนหน้าที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ นายวีศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จับมือภาคเอกชนดำเนินการ โครงการพาณิชย์ลดราคาข้าวช่วยประชาชน

ลดราคาสูงสุด 

ในการร่วมมือกับภาคเอกชนลดราคาข้าวถุงประกอบด้วยข้าว ประเภทรวม 18 แบรนด์ ทั้งหมด 104 รายการ ลดราคาสูงสุดถึงร้อยละ 50 จะลดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกระทั่งวันที่ 30 เดือนมิถุนายน 2563 เป็นอย่างน้อย เพราะจะมีบางรายการที่จะลดต่อเนื่องต่อไปอีกระยะหนึ่ง

สำหรับภาคเอกชนผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวบรรจุถุงที่มาร่วมลดราคากับกระทรวงพาณิชย์ในครั้งนี้ประกอบด้วย 18 ยี่ห้อ ดังนี้

ข้าว
ยี่ห้อฉัตร/ ข้าวยี่ห้อมาบุญครอง/ ข้าวยี่ห้อแสนดี /ข้าวยี่ห้อพนมรุ้ง /ข้าวยี่ห้อปิ่นเงิน
ข้าวยี่ห้อหงษ์ทอง/ ข้าวยี่ห้อเบญจรงค์ /ข้าวตราบัวชมพู/ ข้าวยี่ห้อพันธุ์ดี
ข้าวตราดอกบัวตงฮั้ว/ ข้าวยี่ห้อซันลี/ ข้าวยี่ห้อธรรม /ข้าวยี่ห้อไก่แจ้ /ข้าวยี่ห้อเอโร่
ข้าวยี่ห้อ Tesco/ ข้าวยี่ห้อ Big C/ ข้าวยี่ห้อท็อปส์/มายช้อยส์ข้าว/ยี่ห้อ Home Fresh Mart

ทั้งหมดนี้คือ 18 แบรนด์ ที่มาร่วมลดราคาข้าวสารถุงกับกระทรวงพาณิชย์ ช่วยพ่อแม่พี่น้องในตอนสภาวะวิกฤตโควิด-19 เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ

นอกจากผู้ผลิตและจำหน่าย 18 แบรนด์นี้ ยังมีห้างโมเดิร์นเทรดที่จะเป็นผู้แทนจำหน่ายข้าวถุงที่มาร่วมลดราคาทั้งหมด ห้างร่วมกัน ดังนี้

1. บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์
2. 
สยามแม็คโค
3. 
เทโก้ โลตัส
4. 
ท็อปส์ มาร์เก็ต
5. 
เดอะมอลล์
ทั้งหมดมาร่วมเป็นจุดกระจายข้าวสารถุงที่มาร่วมโครงการพาณิชย์ ทั้งนี้
เพื่อลดราคาข้าวสารถุงช่วยประชาชนในสภาวะวิกฤตโควิด-19

” ลดลงอีกแล้ว ” กับราคาน้ำมันในวันพรุ่งนี้ ทุกค่าย 60 สตางค์ต่อลิตร !!


ลดลงอีกแล้ว ” บริษัท
 ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด
 (มหาชนหรือ PTTOR  ในกรุ๊ปบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และบริษัท
บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้สั่งเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันทุกประเภทลดลงอย่างละ 60 สตางค์ ต่อลิตร ยกเว้นเว้น E 20 และ E85 ลดลง 30 สตางค์ต่อลิตร
โดยบมีผลปรับใช้ใน วันพรุ่ง (23 เม.ย.เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป หากใครจะเติมน้ำมันในช่วงนี้
ก็ถือเป็นจังหวะที่ดีเลย

ลดลงอีกแล้ว

โดย ราคาน้ำมันวันพรุ่ง อัปเดตใหม่เป็นดังนี้
เบนซิน 95 : 24.36 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 : 16.95 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 : 16.68 บาทต่อลิตร
E20 : 15.44 
บาทต่อลิตร
E85 : 15.04 
บาทต่อลิตร
น้ำมันดีเซล : 18.49 บาทต่อลิตร
B20 : 15.24 
บาทต่อลิตร
ราคาปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่

 

ดร.ฤทธี กิจพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชนหรือ SCN เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเลื่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 (AGM) จากเดิมที่กำหนดให้จัดสัมมนาในวันที่ 27 ม.ย. 2563 แล้วก็ยกเลิกวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น (XM) ซึ่งกำหนดการเดิมไว้วันที่ มี.ค. 2563 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากว่าเหตุการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับสนองนโยบายภาครัฐที่ขอความร่วมมือภาคเอกชนให้หลีกเลี่ยงการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสดังกล่าว โดยบริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และมีความห่วงใยสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้ร่วมประชุม รวมถึงทีมงานทุกฝ่าย ดังนี้ การเลื่อนประชุมสามัญผู้ถือหุ้นดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ และหากสถานการณ์กลับไปสู่ภาวะธรรมดาจะรีบจัดการประชุมโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตามบริษัทยังยึดมั่นในนโยบายการจ่ายปันผลคงเดิม โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรของบริษัทในปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 7.35% ทั้งนี้การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลดังกล่าว จะจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นตามรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ เดือนเมษายน 2563 โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 ม.ย. 2563